2จังหวะ, 4จังหวะ, สายพาน, RETRO และ CUSTOM RETRO, CHOPPER, STUNT, KSR, BIG BIKE ทุกรุ่นทุกยี่ห้อพร้อม board พูดคุย, ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน, โชว์สองล้อคู่ใจ, และเทคนิคต่างๆ...ภาพสาวซ้อนท้าย-สาวสก๊อย
 
บ้านช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)
2จังหวะ, 4จังหวะ, สายพาน, RETRO และ CUSTOM RETRO, CHOPPER, STUNT, KSR, BIG BIKE ทุกรุ่นทุกยี่ห่อพร้อม board พูดคุย, ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน, โชว์สองล้อคู่ใจ, และเทคนิคต่างๆ...ภาพสาวซ้อนท้าย-สาวสก๊อย

Share | 
 

 29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ

Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ZAC-MAN

avatar

จำนวนข้อความ : 361
Points : 531
Join date : 11/06/2009
: 40
ที่อยู่ : นนทบุรี

ตั้งหัวข้อเรื่อง: 29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ   Fri Nov 06 2009, 16:29

29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ
Source - ฟอร์มูลา (Th)

Friday, September 30, 2005 15:45

EDITOR : ธนสาร เสาวมล thanasan@autoinfo.co.th

โปรย : การใช้รถอย่างถูกต้อง และดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

ช่วยให้ประหยัดและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

พฤติกรรมผิดๆ ของผู้ใช้รถ ซึ่งอาจส่งผลเสียกับรถยนต์ทันที หรือแสดงผลในภายหลัง

ส่วนใหญ่เกิดจากความเข้าใจผิด โดยเฉพาะใน 29 เรื่องต่อไปนี้

ผิด 1. "สตาร์ทแล้วออกรถได้เลยไม่ต้องอุ่นเครื่อง "
ถูก...อุ่นเครื่องยนต์สักหน่อยก่อนออกรถจะดีกว่า


เมื่อเครื่องยนต์ทำงานขณะที่ยัง "เย็น " อยู่ เช่น ขณะออกรถจากบ้านไปทำงานตอนเช้า

หรือติดเครื่องยนต์เมื่องานเลิกเพื่อกลับบ้าน ไอของเชื้อเพลิงที่เข้มข้นจะเกาะผนังกระบอกสูบ

และ ละลายปนกับฟีล์มน้ำมันเครื่องที่ฉาบผนังอยู่ ทำให้การหล่อลื่นแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบไม่เพียงพอ สร้างความสึกหรอในเครื่องยนต์มากกว่าปกติ

นอกจากนี้ทั้งเชื้อเพลิงที่ระเหยไม่หมด และไอน้ำที่เกิดจากการเผาไหม้ขณะเครื่องยังเย็นนี้

ยังละลายปนอยู่ในน้ำมันเครื่อง ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย

ผิด 2. "รถใหม่สมัยนี้ ไม่ต้อง รันอิน "
ถูก...รถใหม่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ต้องรันอิน


รถรุ่นใหม่ๆ แม้จะมีการควบคุมคุณภาพอย่างดีแล้วก็ตาม แต่เครื่องยนต์ใหม่ควรต้องผ่านการรันอิน

และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสักครั้งก่อนที่จะใช้งานอย่างเต็มที่ เพราะเศษโลหะที่ตกค้างอยู่ในระบบจะได้ถูกชะล้างออกไป

การรันอินนั้นทำได้ไม่ยาก โดยในช่วง 1,000 กม. แรก ไม่เร่งเครื่องยนต์อย่างรุนแรง

หรือใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงมากๆ ถ้าใช้รอบเครื่องไม่เกิน 3,000 รตน. ได้ก็จะดี

และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด พูดถึงเรื่องนี้ เคยมีผู้ใช้รถบางคน

ไม่นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเชค โดยให้เหตุผลว่า เสียเวลา เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทำที่ไหนก็ได้

อย่างนี้ "น่าเสียดาย " แทนจริงๆ เพราะถ้าเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์จะเรียกร้องเอากับใคร

ผิด 3. "ยกขาก้านปัดน้ำฝนขณะจอดช่วยยืดอายุใบปัด "
ถูก...สปริงในก้านที่ปัดน้ำฝนจะอ่อน และเสียเร็วขึ้น


ส่วนสำคัญที่ทำให้ที่ปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพประกอบด้วย ใบปัด

แผ่นยางซึ่งทำหน้าที่รีดน้ำจากกระจกบังลมหน้า ปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

หากใช้นานกว่านั้นเนื้อยางจะแข็งตัวหรือมีการฉีกขาด ไม่ว่าจะยกไว้หรือไม่ก็ตาม

อีกส่วนคือ ก้านใบปัด ที่มีสปริงคอยดึงให้ใบปัดแนบสนิทกับกระจก ซึ่งรับแรงจากคันโยก และมอเตอร์

ตัวนี้มีราคาสูงกว่าใบปัด การยกก้านเมื่อจอดตากแดด สปริงจะถูกดึงให้ยืดออกตลอดเวลา

อายุการใช้งานสั้นลง ทำให้ต้องจ่ายแพงกว่าเดิมหลายเท่าถ้าต้องเปลี่ยนทั้งชุด

ผิด 4. "รถติดไฟแดงค้างเกียร์ D ไว้ดีกว่าเปลี่ยนเกียร์ว่าง "
ถูก...หยุดรถก็โอเค แต่ถ้าติดไฟแดงนานก็ต้องระวังชนคันหน้า


ในกรณีรถติดไฟแดง ผู้ขับรถที่ใช้เกียร์ธรรมดาจะปลดเกียร์ว่าง และเหยียบเบรคป้องกันรถไหล

คงจะไม่มีใครเหยียบคลัทช์ และเบรค ใส่เกียร์คาไว้ ให้เมื้อยขา ขณะที่ผู้ขับรถเกียร์อัตโนมัติ

กลับมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน กลุ่มแรก เหยียบเบรคโดยค้างเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง "D " กลุ่มที่ 2

เบรคเหมือนกัน แต่เลื่อนตำแหน่งคันเกียร์มาที่เกียร์ว่าง "N " กลุ่มสุดท้าย ดันคันเกียร์มาอยู่ที่ "P "

ไม่เหยียบเบรค

ถ้าติดไฟแดงนานๆ กลุ่มแรก ต้องระวังมากที่สุด เพราะถ้าขยับตัวแล้วเท้าหลุดจากแป้นเบรค

รถอาจพุ่งไปชนคันหน้า กลุ่มที่ 2 เบาหน่อยแค่เมื่อย ส่วนกลุ่มสุดท้าย สบายใจได้

แต่อาจจะไม่สะดวกกับการใช้งาน วิธีดีที่สุด คือ ใช้เกียร์ว่าง และดึงเบรคมือ

ผิด 5. "เดินทางไกลลมยางอ่อนดีกว่าแข็ง "
ถูก...ลมน้อย ยางมีโอกาสระเบิดได้มาก


คู่มือการใช้และดูแลรักษายางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหน ก็แนะนำตรงกันว่า

ผู้ใช้รถควรเติมลมยางตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้ และให้เพิ่มแรงดันลมยางให้สูงขึ้นอีก 2-

3 ปอนด์ เมื่อต้องเดินทางไกล

ลมยางที่อ่อนกว่ามาตรฐานกำหนด นอกจากจะทำให้หน้ายางด้านนอกสึกมากกว่าด้านในแล้ว

ยังอาจส่งผลเสียกับโครงสร้างยางได้ และมีโอกาสเกิด "ยางระเบิด "

มากกว่าหรือใกล้เคียงกับยางที่มีแรงดันลมยางเกินกำหนด

เพราะอุณหภูมิความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี

ผิด 6. "ฝนตกใส่ขับ 4 ล้อเกาะกว่า...2 ล้อ "
ถูก...อย่าใช้ระบบขับเคลื่อนผิดประเภท จะได้ไม่ต้องเสียใจ


ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นอาจจะช่วยให้รถเกาะถนนมากกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ

แต่สำหรับรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์หรือ "ตามต้องการ " ในรถพิคอัพ หรือพีพีวี

ที่มีชุดส่งกำลังแยกเพื่อส่งกำลังไปยังล้อหน้า กำลังจากล้อหลังจะถูกแบ่งมายังล้อหน้า อาการท้ายปัด

หรือล้อหลังฟรีก็จะน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกาะถนนดี เมื่อต้องเลี้ยวในความเร็วสูง

ล้อหน้าที่ถูกลอคให้หมุนจะเลี้ยวได้น้อยลง ทำให้ต้องใช้วงเลี้ยวที่กว้างขึ้น

จึงมีรถประเภทนี้หลุดโค้งให้เห็นกันเป็นประจำ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์มีไว้เพื่อช่วยให้รถสามารถผ่านทางทุรกันดานได้ง่ายขึ้น

ต่างกับพวกที่เป็นฟูลล์ไทม์หรือ "ตลอดเวลา " ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการยึดเกาะถนน

ผิด 7. "ตั้งศูนย์ล้อหน้าอย่างเดียวก็พอ "
ถูก...ทุกล้อมีความสำคัญ ตั้งศูนย์ล้อควรทำทั้ง 4 ล้อ


เชื่อหรือไม่ว่า ศูนย์ล้อหลังมีความสำคัญพอๆ กับศูนย์ล้อหน้า หรืออาจจะมากกว่า

เพราะมุมที่ล้อหลังเอียงไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้รถเสียสมดุลเมื่อเบรค หรือเลี้ยว

และทำให้รถเลี้ยวไปมากกว่าที่คิด

รถ ยนต์ส่วนใหญ่จะปรับตั้งศูนย์ล้อได้หน้า/หลัง ยกเว้นรถขับเคลื่อนหน้าบางรุ่นที่ปรับได้แต่เฉพาะล้อหน้าเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตั้งศูนย์ล้อหลัง ก็ต้องทำใจ

ผิด 8. "ต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเวลาข้ามแยก "
ถูก...เวลาข้ามแยก รอให้รถว่าง และไม่ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน


ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉิน รถทั้งด้านซ้าย/ขวา ต่างก็จะเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

รถทางขวาอาจจะจอดให้ไป แต่สำหรับทางซ้ายอาจคิดว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายจึงไม่หยุดให้ อุบัติเหตุ

จึงเกิดขึ้น ด้วยความเข้าใจผิด จากการใช้สัญญาณไฟแบบผิดที่...ผิดทาง

ผิด 9. "ฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัดต้องเปิดไฟฉุกเฉิน "
ถูก...อาจสร้างความสับสนให้ผู้ร่วมทาง ไฟฉุกเฉินใช้เวลาจอดฉุกเฉิน


ในสภาพอากาศที่ไม่ดี และมีทัศนวิสัยแย่มาก จนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้า การชะลอความเร็ว

เปิดไฟหน้า และทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำ

แต่การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉิน ทำให้ที่วิ่งสวนทางมาเข้าใจผิดคิดว่ามีรถจอดเสียอยู่ทางซ้ายริมถนน

และ หักหลบไปทางขวา ซึ่งเป็นไหลทาง กว่าจะเห็นอาจจะสายเกินไป ไม่ลงไปข้างทางก็อาจพุ่งข้ามช่องทางมาชน หรือถ้าหยุดรถก็ขวางทาง และเกิดอุบัติเหตุ

การใช้ สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไฟผ่าหมาก ควรใช้เฉพาะเวลาที่รถเสีย และต้องจอดอยู่ริมถนน

เพื่อบอกให้เพื่อนร่วมทางที่สัญจรผ่านไปมา ใช้ความระมัดระวัง และชะลอความเร็วในจุดที่รถจอดเสียอยู่

ผิด 10. "ผ้าเบรคแข็ง หรือ ผ้าเบรคเนื้อแข็ง ไม่ดี "
ถูก...ไม่แน่เสมอไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ

ความเข้าใจผิดๆ เรื่อง "ผ้าเบรค " ที่ว่าผ้าเบรคอ่อนดีกว่าแข็ง

เกิดจากบรรดาช่างซ่อมรถที่ไม่ได้อธิบายให้เจ้าของรถเข้าใจ

การผสมเนื้อผ้าเบรคให้ใช้งานได้ดี เป็นศาสตร์ชั้นสูง ใช้วัสดุนานาชนิด และมีสัดส่วนที่แตกต่างกัน

ซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติของผ้าเบรค และมักจะขัดแย้งกันเอง ถ้าเน้นข้อดีข้อใดขึ้นมา

ก็มักจะมีข้ออื่นด้อยลงไป เช่น การใช้ส่วนผสมที่เบรคหยุดดี ก็จะกินเนื้อจานเบรคมาก หรือร้อนจัด

หรือไม่เนื้อผ้าเบรคก็สึกเร็ว พอทำให้สึกช้า ก็แข็ง เบรคไม่ค่อยอยู่ หรือมีเสียงรบกวน ส่วนผ้าเบรค

"เนื้ออ่อน " ที่มีจุดเด่นเรื่องไม่กัดกินเนื้อจานเบรค ก็จะมีข้อด้อยตรงจุดอื่น



ที่มา: ขอขอบคุณ www.2strokeclub.com
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
mingserpico

avatar

จำนวนข้อความ : 225
Points : 283
Join date : 19/07/2009
: 36
ที่อยู่ : สงขลา

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: 29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ   Sat Nov 07 2009, 21:35

ได้ความรู้มากเลยครับ ขอบคุณครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
2lor
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 144
Points : 322
Join date : 11/06/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: 29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ   Mon Nov 09 2009, 13:18

Thank you นะครับ..ใครมีข้อมูลอะไรดีๆเอามาลงกันได้นะครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.2lor.net
ZAC-MAN

avatar

จำนวนข้อความ : 361
Points : 531
Join date : 11/06/2009
: 40
ที่อยู่ : นนทบุรี

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: 29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ   Mon Nov 09 2009, 17:00

you are welcome ครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
29 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้รถ
ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
 :: คุยเล่นทุกเรื่อง-
ไปที่: